อ่านข้อมูลจากเซ็นเซอร์บนข้อมือควบคู่กับข้อมูลการนอนกรน และเชื่อมต่ออุปกรณ์สวมใส่ทุกชนิดผ่าน Apple Health
Snore Timeline ฟังผ่านโทรศัพท์ของคุณ Apple Watch เพิ่มอีกชั้นหนึ่งเข้าไป โดยวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ ออกซิเจนในเลือด และอื่น ๆ จากข้อมือขณะคุณหลับ หน้านี้พูดถึงแอปบนนาฬิกา ข้อมูลสดระหว่างการบันทึก ข้อมูลชีวภาพที่แสดงคู่กับเสียงกรนในตอนเช้า และวิธีที่ Apple Health เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันจนอุปกรณ์อย่าง Oura, Whoop, Garmin และ Ultrahuman เข้าร่วมได้
ตัวเลขทุกตัวในหน้านี้มาจากเซ็นเซอร์ของนาฬิกาเอง อ่านผ่าน Apple Health ข้อมูลเหล่านี้อยู่ตรงนี้เพื่อให้คุณรับรู้และแชร์กับแพทย์ได้ ไม่ใช่การประเมินทางการแพทย์ และ Snore Timeline ไม่วินิจฉัยโรคใด ๆ
แอป iOS ของ Snore Timeline มีแอป Apple Watch ติดมาด้วย ไม่ต้องซื้อเพิ่มหรือติดตั้งแยก คุณเริ่มและหยุดการบันทึกจากข้อมือได้ จะได้ไม่ต้องเอื้อมหยิบ iPhone หลังจากนอนลงแล้ว แอปบนนาฬิการองรับเฉพาะ iOS
นอกจากปุ่มควบคุมแล้ว นาฬิกายังให้คุณดูข้อมูลคืนที่ผ่านมาได้หลายจุด
แดชบอร์ดเปิดขึ้นมาที่คืนล่าสุด คุณปัดย้อนกลับดูได้ 60 คืน เพื่อทบทวนเช้าวันไหนก็ได้ แล้วปัดขึ้นลงเพื่อดูหน้าต่าง ๆ ของคืนนั้น ทั้งคะแนน การฟื้นตัว สัญญาณชีพ ระยะการนอน และดุลรายสัปดาห์ แตะปุ่ม "ข้ามไปวันนี้" ก็กลับมาที่คืนล่าสุด
คอมพลิเคชันมีหลายแบบ วิดเจ็ตคะแนนการนอน มีทั้งแบบวงกลม แบบมุม และแบบสี่เหลี่ยม แสดงคะแนนคืนที่แล้วบนมาตรวัดสี แบบสี่เหลี่ยมวางคะแนนคู่กับสถานะการฟื้นตัวของคุณ เช่น "6 ชม. 42 น. · ฟื้นตัวดี" วิดเจ็ตแบบบรรทัดเดียว เขียนว่า "คะแนน (84) · (6 ชม. 42 น.)" คือคะแนนและระยะเวลาของคืนที่แล้ว หรือ "กำลังบันทึกการนอน" เมื่อมีเซสชันกำลังทำงาน ระหว่างบันทึก กิจกรรมสดจะโผล่ขึ้นใน Smart Stack ของ Apple Watch พร้อมไฟ REC สีแดง ตัวจับเวลาที่เดินอยู่ และคำว่า "กำลังฟัง" หรือจำนวนสัญญาณที่ตรวจพบสะสม
เมื่อการบันทึกกำลังทำงานและคุณสวม Apple Watch อยู่ แอปบนนาฬิกาจะแสดงข้อมูลสดจากข้อมือ คุณจะเห็นอัตราการเต้นของหัวใจปัจจุบันและค่า HRV ล่าสุด พร้อมกราฟย้อนหลังราว 10 ถึง 30 นาทีของอัตราการเต้นของหัวใจ
ตอนเริ่มบันทึก แอปจะย้อนดูอัตราการเต้นของหัวใจครั้งล่าสุดของคุณ เพื่อแสดงตัวเลขได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเซ็นเซอร์อ่านค่ารอบถัดไป ค่า HRV จาก Apple Watch มาไม่บ่อย ทั้งคืนมักมีเพียงไม่กี่ค่า แอปจึงอาจแสดงค่าฐานล่าสุดตราบใดที่การบันทึกครั้งนี้ยังไม่ได้ค่าใหม่
มุมมองสดยังบอกด้วยว่าเหลืออีกเท่าไรจึงจะครบคืนเต็ม แถบความคืบหน้าค่อย ๆ เติมขึ้นขณะคุณหลับ ด้านล่างบอกเวลาที่เหลือ เช่น "อีก 2 ชม. 32 น. จึงครบคืนเต็ม" ถัดลงมาเป็นอัตราการเต้นของหัวใจปัจจุบันและ HRV ล่าสุด ก่อนที่แอปจะรู้ว่าคุณหลับแล้ว ตรงนั้นจะขึ้นว่า "กำลังเข้านอน" แทนเวลา
กิจกรรมสดอันเดียวกันนี้ปรากฏบน Dynamic Island และหน้าจอล็อกของ iPhone ด้วย หน้า Siri, ทางลัด และวิดเจ็ต อธิบายกิจกรรมสดและตัวเลือกวิดเจ็ตไว้ละเอียดกว่า
นาฬิกาที่จับคู่ไว้ทำได้มากกว่าการอ่านค่า มีสองฟีเจอร์ที่ใช้การสะกิดข้อมือเบา ๆ และทั้งคู่ทำงานได้แม้โทรศัพท์ล็อกอยู่และแอปบนนาฬิกาปิดอยู่
ตัวเลือกที่ใช้ข้อมือจะโผล่ในการตั้งค่าเฉพาะเมื่อมีนาฬิกาจับคู่อยู่ และทั้งคู่จะรู้สึกได้ชัดขึ้นมากถ้าตั้งการสั่นตอบสนองของนาฬิกาเป็นแบบเด่นชัดในแอป Watch
ถ้าคุณสวม Apple Watch นอนและเปิด Apple Health ไว้ Snore Timeline จะอ่านข้อมูลหกอย่างที่นาฬิกาบันทึกไว้ตลอดคืน แล้ววางไว้ข้างข้อมูลการกรน ได้แก่ ระยะการนอน อัตราการเต้นของหัวใจ ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) อัตราการหายใจ ออกซิเจนในเลือด (SpO2) และอุณหภูมิข้อมือ พอรวมกับการวิเคราะห์เสียง ภาพของคืนนั้นก็ครบขึ้น นาฬิกาเป็นของเสริม ถ้าไม่มี แอปก็ยังทำงานจากเสียงได้
ทั้งบนโทรศัพท์และนาฬิกา ค่าเหล่านี้อยู่ในการ์ดข้อมูลชีวภาพประจำคืน นาฬิกาแสดงตัวเลขหลัก แตะแล้วเปิดหน้าจอรายละเอียด
บนการ์ดข้อมูลชีวภาพในโทรศัพท์ แต่ละตัวชี้วัดมีคำประเมินกำกับ เช่น ยอดเยี่ยม ดี ปกติ ต่ำ หรือสูง พร้อมกราฟเส้นเล็ก ๆ ให้เห็นว่าค่าขึ้นลงอย่างไรตลอดคืน อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักและ HRV ได้ ยอดเยี่ยม เมื่อดีกว่าค่าฐานของคุณเองอย่างชัดเจน ส่วนอัตราการหายใจได้สูงสุดแค่ปกติ เพราะอัตราการหายใจที่ต่ำหรือสูงผิดปกติไม่ใช่เรื่องดี คำประเมินพวกนี้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่การวินิจฉัย
อุณหภูมิข้อมือ ต้องใช้ iOS 16 ขึ้นไปและ Apple Watch Series 8 หรือใหม่กว่า บนนาฬิการุ่นเก่าที่ไม่บันทึกค่านี้ แอปจะข้ามไปเฉย ๆ ส่วนที่เหลือทำงานตามปกติ ค่าอุณหภูมิจะอัปเดตเมื่อมีค่าใหม่เข้ามาเท่านั้น การซิงค์บางส่วนจึงไม่ไปทับค่าที่ครบถ้วนอยู่แล้ว
ข้อมูลการนอนอาจยังมาไม่ครบตอนที่คุณตื่น Apple Watch มักสรุประยะการนอนภายใน 1 ถึง 3 ชั่วโมงหลังคุณตื่น รายละเอียดเต็ม ๆ จึงอาจมาทีหลัง Snore Timeline คอยเฝ้า Apple Health อยู่เบื้องหลังและซิงค์เองเมื่อนาฬิกาส่งระยะการนอนฉบับสรุปมา แม้คุณจะไม่เคยเปิดแอป Health เลยก็ตาม คะแนนการนอนและวิดเจ็ตหน้าจอโฮมจะรีเฟรชภายในราวหนึ่งนาทีหลังนาฬิกาซิงค์ตอนเช้า โดยที่คุณไม่ต้องเปิดแอป ถ้าอยากให้เร็วกว่านั้น ใช้ปุ่มนำเข้าประวัติอีกครั้งในการตั้งค่าใต้ Apple Health
นอกจากคะแนนการนอน แดชบอร์ดตอนเช้ายังแสดงคะแนนการฟื้นตัว ซึ่งบอกว่าร่างกายคุณฟื้นตัวได้ดีแค่ไหนตลอดคืน สร้างจากสัญญาณชีพที่วัดจากข้อมือชุดเดียวกับด้านบน แสดงเป็นแถบพลังห้าช่วง พร้อมคำตัดสินคำเดียวตั้งแต่ แย่ ไปจนถึง ยอดเยี่ยม และสรุปสั้น ๆ ว่าอะไรทำให้คืนนั้นออกมาแบบนี้ เพราะดึงมาจาก HRV อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก อัตราการหายใจ ออกซิเจนในเลือด อุณหภูมิข้อมือ และเวลาที่หลับ คะแนนนี้จึงต้องมีอุปกรณ์สวมใส่ที่ป้อนข้อมูลให้ Apple Health ถ้าไม่มี นาฬิกาจะแสดงแค่คะแนนการนอน
สัญญาณชีพแต่ละตัวมีหน้ารายละเอียดของตัวเองด้วย ปัดเข้าไปแล้วคุณจะเห็นตัวชี้วัดนั้นวาดเป็นกราฟเส้นเล็กตลอดคืน ค่าเฉลี่ยและช่วงของมัน แนวโน้มเทียบกับคืนล่าสุดของคุณ และคำอธิบายแบบภาษาชาวบ้านว่าตัวเลขนั้นแปลว่าอะไร ช่วงคำตัดสินและสูตรเต็ม รวมถึงเรื่องที่คืนสั้นกดคะแนนไว้ อยู่ในหน้า คะแนนการนอนและข้อมูลเชิงลึก คะแนนการฟื้นตัวมีไว้ให้คุณดูเอง ไม่ใช่เครื่องวัดความพร้อมทางคลินิก
ธนาคารการนอนบนนาฬิกาคอยติดตามว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณเก็บสะสมหรือติดหนี้การนอนไว้เท่าไร แอปดู 7 คืนล่าสุดแล้วเทียบแต่ละคืนกับเป้าหมาย 7 ชั่วโมง คืนที่นอนเกินเป้าสะสมเป็นส่วนเกิน คืนที่นอนน้อยกว่าเป้าสะสมเป็นหนี้ หน้าจอรวมทั้งหมดเป็นยอดเดียว ให้คุณเห็นว่าสัปดาห์นี้พาคุณมาข้างหน้าหรือถอยหลัง
แผนภูมิวาดหนึ่งแท่งต่อหนึ่งคืนตลอดสัปดาห์ เทียบกับเส้นเป้าหมาย 7 ชั่วโมง ด้านล่างบอกเวลานอนเฉลี่ยของคุณและหนี้การนอนหรือส่วนเกินที่เกิดขึ้น นับเฉพาะคืนที่มีข้อมูลการนอน สัปดาห์ที่ขาดไปบางคืนจึงยังอ่านค่าได้ถูกต้องสำหรับคืนที่บันทึกไว้
สำหรับระยะเวลาของแต่ละคืน ธนาคารการนอนจะใช้เวลานอนที่ Snore Timeline วัดจากเสียงที่บันทึกไว้ก่อน คืนไหนที่คุณสวมนาฬิกาแต่ไม่ได้บันทึก หรือคืนที่คุณเปลี่ยนไปใช้แหวนหรือสายรัด แอปจะย้อนไปใช้ระยะเวลาการนอนจาก Apple Health แทน ธนาคารการนอนจึงไม่ขาดช่วง ไม่ว่าคุณจะบันทึกทุกคืน สวมอุปกรณ์สวมใส่ หรือทำทั้งสองอย่างสลับกัน
Apple Health คือสะพานที่ให้ Snore Timeline อ่านข้อมูลจากนาฬิกาและเขียนผลของตัวเองกลับไป ถ้าจะเปิดใช้ ให้เข้าการตั้งค่าใน Snore Timeline หาหัวข้อการเชื่อมต่อกับ Health แตะสวิตช์ Apple Health แล้วอนุมัติหน้าสิทธิ์ที่ iOS แสดงขึ้นมา หน้าเดียวนี้ครอบคลุมทุกอย่างที่แอปอ่านและเขียน มีช่องทำเครื่องหมายให้แต่ละประเภทข้อมูล คุณจึงตัดสินใจได้ในที่เดียวว่าจะอนุญาตอะไรบ้าง ปิดสวิตช์เมื่อไรก็ได้ ปิดแล้วหยุดทั้งการอ่านและการเขียนพร้อมกัน ส่วนข้อมูลรายประเภทปรับละเอียดทีหลังได้ในการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของแอป Health บน iOS
ครั้งแรกที่เปิดใช้ แอปจะนำเข้าประวัติการนอนทั้งหมดของคุณจาก Apple Health ย้อนหลังได้ถึง 2 ปี บรรทัดสถานะใต้คลื่นเสียงจะแสดงความคืบหน้า เริ่มจาก "กำลังนำเข้าข้อมูลการนอน..." แล้วเปลี่ยนเป็น "นำเข้าแล้ว N คืน" เมื่อเสร็จ คืนเก่าย้อนหลังหลายเดือนจึงเต็มตั้งแต่วันแรก
สิ่งที่ Snore Timeline อ่าน (วัดโดยอุปกรณ์สวมใส่ของคุณ): ระยะการนอนหลับ อัตราการเต้นของหัวใจ HRV อัตราการหายใจ ออกซิเจนในเลือด (SpO2) และอุณหภูมิข้อมือบนอุปกรณ์ที่รองรับ
สิ่งที่ Snore Timeline เขียน (ทั้งหมดมาจากเสียงกลางคืนของคุณ วิเคราะห์บนเครื่อง) ได้แก่ การวิเคราะห์การนอน (เวลาที่หลับและเวลาที่อยู่บนเตียง) ระยะการนอน (ตื้น ลึก REM และตื่น) และอัตราการหายใจขณะหลับ เก็บเป็นครั้งต่อนาที คิดเป็นค่าเฉลี่ยของค่าที่วัดได้ตลอดคืน คุณดูรายการนี้ได้ในการตั้งค่าใต้ Apple Health แอปเขียนเฉพาะผลวิเคราะห์ของตัวเอง ไม่เคยเขียนข้อมูลที่มาจากแอปหรืออุปกรณ์อื่น และไม่เคยทับค่าจาก Apple Watch หรืออุปกรณ์สวมใส่อื่น
ถ้าอยากดึงประวัติเก่ากว่านั้นเข้ามา ให้แตะนำเข้าประวัติอีกครั้งในการตั้งค่าใต้ Apple Health แอปจะดึงทุกคืนที่มีจากทุกแหล่ง ย้อนหลังได้ถึง 2 ปี แล้วเติมช่องว่างโดยไม่ทับข้อมูลที่คุณมีอยู่ พอเสร็จ แอปจะแสดงสรุปสั้น ๆ เช่น "นำเข้า 12 คืนจาก Apple Watch, 1 เม.ย. ถึง 30 พ.ค." ถ้าไม่เจอข้อมูลการนอนเลย แอปก็จะบอกคุณเหมือนกัน
ข้อมูลที่ซิงค์เข้ามาอาจเปลี่ยนคะแนนการนอนของคุณ เมื่อ Snore Timeline ซิงค์จาก Apple Health คืนไหนที่มีการบันทึกเสียงด้วยจะถูกวิเคราะห์ใหม่ เพื่อให้คะแนนใช้ระยะหลับลึกและ REM จากอุปกรณ์สวมใส่ ซึ่งวัดระยะพวกนี้ได้แม่นกว่าเสียง คะแนนของคืนหนึ่งจึงอาจขยับเองหลังนาฬิกาสรุประยะการนอนเสร็จและข้อมูลมาถึงแอป ถ้าไม่มีอุปกรณ์สวมใส่ แอปจะใช้ค่าประมาณจากการหายใจและการขยับตัวของตัวเอง หน้า ระยะการนอน อธิบายว่าค่าประมาณพวกนั้นทำงานอย่างไร
แดชบอร์ดยังแสดงไฮปโนแกรมของคืนนั้น เป็นแถบที่บอกว่าคุณเคลื่อนผ่านช่วงตื่น REM หลับตื้น และหลับลึกตอนไหน พร้อมเวลาที่ใช้ในแต่ละระยะ ถ้าคืนไหนมีข้อมูลจากหลายแหล่ง Snore Timeline จะเก็บไทม์ไลน์ระยะของแต่ละแหล่งแยกกันไว้ให้คุณเทียบข้างกัน
Apple Watch ไม่ใช่อุปกรณ์สวมใส่ชิ้นเดียวที่ Snore Timeline อ่านได้ อุปกรณ์อะไรก็ตามที่เขียนข้อมูลการนอนลง Apple Health ป้อนข้อมูลให้แอปได้ ทั้ง Oura Ring, Whoop, Garmin และอื่น ๆ Snore Timeline อ่านเฉพาะสิ่งที่อุปกรณ์เหล่านั้นเขียนไว้ ไม่เคยเขียนข้อมูลแทนอุปกรณ์เหล่านั้น ถ้าคืนไหนมีข้อมูลจากหลายแหล่ง ไทม์ไลน์ระยะการนอนของแต่ละแหล่งจะถูกเก็บแยกกันให้คุณเทียบกัน ไม่ใช่ยำรวมเป็นอันเดียว
ถ้าคุณเปิดการซิงค์กับ Apple Watch Snore Timeline จะแชร์ข้อมูลการนอนที่บันทึกไว้ไปยังแอปบน Apple Watch ของคุณเอง เพื่อให้ดูบนนาฬิกาได้ ทั้งหมดนี้ไปตามการซิงค์ระหว่างอุปกรณ์ของ Apple เอง ไม่มีเซิร์ฟเวอร์ของ Snore Timeline ให้ไปตั้งแต่แรก ทุกอย่างที่แอปอ่านจากอุปกรณ์สวมใส่อื่นไหลผ่าน Apple Health และเกิดขึ้นหลังจากคุณอนุญาตแล้วเท่านั้น นโยบายความเป็นส่วนตัว อธิบายไว้ครบ
ไม่ว่าคุณจะสวมนาฬิกา แหวน สายรัด หรือไม่สวมอะไรเลย ตัวการบันทึกก็ทำงานเหมือนเดิม อุปกรณ์สวมใส่แค่เติมบริบทให้กับเสียงที่แอปเก็บไว้อยู่แล้ว ถ้าอยากใช้การจับคู่นี้ให้เต็มที่ คู่มือ รับข้อมูลการนอนเชิงลึก จะพาคุณเชื่อมต่ออุปกรณ์สวมใส่และอ่านคืนที่ได้กลับมา